135
135
169
169
169
945
928
การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลดำเนินงานบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น
914
คู่มือ "การเขียนหนังสือราชการ" ของ นายประวิณ ณ นคร วิทยากรฝึกอบรมหลักสูตรการเขียนหนังสือราชการจัดฝึกอบรมโดยสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน
** เอกสารฉบับนี้ ได้จากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของ สำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 3 สาขาสมุทรสาคร http://www.md3skn.org/
900
- สาระสำคัญของกฏหมายระเบียบหนังสือสั่งการจากเว็บไซต์ของกรมส่งการปกครองท้องถิ่น
- สาระสำคัญของกฏหมายระเบียบหนังสือสั่งการจากเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง
https://www.cgd.go.th/cs/error_pages/404.html
- คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่ง
https://www.cgd.go.th/cs/error_pages/404.html
897
ข้อมูลจาก : ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย
๑) การกำจัดสิ่งปฏิกูล และมูลฝอย
๒) การจัดการสิ่งปฏิกูล
๓) การจัดการมูลฝอย
๔) การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ
๕) แห่งเพาะพันธุ๋ยุงลาย
๖) การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
๗) กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ(แบบรวมประเภท)
๘) กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ(แบบแยกกิจการ)
๙) กิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้าน
๑๐) ตลาด
๑๑) สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร
๑๒) การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ
-
การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ.doc ( 83456 )ดูเอกสาร
-
การจัดการสิ่งปฏิกูล.doc ( 64000 )ดูเอกสาร
-
การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ.doc ( 130560 )ดูเอกสาร
-
การจัดการมูลฝอย.doc ( 71168 )ดูเอกสาร
-
การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์.doc ( 39424 )ดูเอกสาร
-
การกำจัดสิ่งปฏิกูล และมูลฝอย.doc ( 72192 )ดูเอกสาร
-
แห่งเพาะพันธุ๋ยุงลาย.doc ( 38400 )ดูเอกสาร
-
สถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร.doc ( 61440 )ดูเอกสาร
-
ตลาด.doc ( 99328 )ดูเอกสาร
-
กิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้าน.doc ( 105472 )ดูเอกสาร
-
กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ(แบบรวมประเภท).doc ( 66048 )ดูเอกสาร
-
กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ(แบบแยกกิจการ).doc ( 65536 )ดูเอกสาร
889
แนวทางจัดเตรียมการดำเนินงาน ในการจัดการฝึกอบรมของหน่วยงาน
จาก : คู่มือการจัดฝึกอบรม (โดย ดวงใจ ศุภสารัมภ์)
๑. แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาบุคคล และการฝึกอบรม
๒. กระบวนการฝึกอบรมและประเภทของการฝึกอบรม
๓. การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม
๔. การสร้างหลักสูตรการฝึกอบรม
๕. การกำหนดโครงสร้างฝึกอบรม
๖. การบริหารการฝึกอบรม
๗. การประเมินผลการฝึกอบรม
884
เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรองรับการถ่ายโอนสถานีอนามัย
ข้อมูลจาก : กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข
878
(ในส่วนที่เกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ)
- แนวทางการดำเนินการวินัย กับข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น หลังพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ บังคับใช้
- หลักการของพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๕๐
อ้างอิง : จากประกาศจาก สำนักงาน ก.พ.
link : http://www.ocsc.go.th/ocsccms/uploads/File/ocsc[1]...pdf
868
"แนะแนวทางการร่างกฏหมาย และแบบของกฏหมาย"
เชื่อมโยงข้อมูลจากเว็บไซด์ ; สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th
858
การขออนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การขออนุญาต
คุณสมบัติผู้ขออนุญาต ต้องเป็นหน่วยงานดังนี้
๑. กรุงเทพมหานคร
๒. องค์การบริหารส่วนจังหวัด
๓. เทศบาล
๔. เมืองพัทยา
๕. สภาตำบล
๖. องค์การบริหารส่วนตำบล
๗. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
การขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุ ย่าน VHF/FM ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องปฏิบัติตาม ประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลข เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ความถี่วิทยุ
การยื่นคำขออนุญาต
การยื่นคำขออนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุเป็นหนังสือต่อ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งลงนามโดย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา ประธานสภาตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ให้แนบเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้
๑. คำขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตาม l แบบ บว. ๖ l , l ตัวอย่าง l
๒. แผนผังแสดงที่ตั้งสถานีฐาน (Base Station) l ตัวอย่าง l
๓. สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของ ผู้ลงนามในคำขออนุญาต
๔. สำเนาประกาศจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ
ขั้นตอนการพิจารณา
เมื่อได้รับคำขออนุญาตใช้ความถี่แล้ว สำนักงาน กทช. จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารประกอบการพิจารณาถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง สำนักงาน กทช. จะมีหนังสือแจ้งให้ส่งเอกสารให้ครบถ้วนต่อไป
เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องแล้ว สำนักงาน กทช. จะพิจารณาอนุญาตและกำหนด รายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมให้ใช้งานตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยยึดหลักเกณฑ์การใช้ความถี่วิทยุร่วมกัน (Sharing) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุดและปราศจากการรบกวนอย่างรุนแรง โดยกำหนดข้อปฏิบัติในการใช้ความถี่วิทยุ เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้ได้รับอนุญาตจำเป็นที่จำต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถนำทรัพยากรคลื่นความถี่มาใช้ร่วมกันได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
ในข้อปฏิบัติในการใช้ความถี่วิทยุ ของประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลข เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตและการกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ความถี่วิทยุนั้น มีหลายข้อด้วยกันแต่ใจความสำคัญขอย่อให้ทราบดังนี้
• สิทธิในการใช้ความถี่วิทยุเป็นสิทธิเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุ ไม่อาจให้บุคคลอื่นร่วมใช้ความถี่วิทยุบางส่วนหรือทั้งหมด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก กทช. แล้วเท่านั้น
• ให้ใช้ความถี่วิทยุตามที่ได้รับการจัดสรรเท่านั้น
• หากการใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับการจัดสรรก่อให้เกิดการรบกวนต่อการใช้ความถี่ของผู้อื่นที่ได้รับการจัดสรรอยู่ก่อนแล้ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุ มีหน้าที่แจ้งให้ กทช. ทราบเพื่อหาสาเหตุการรบกวนที่เกิดขึ้นและให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาการรบกวนที่เกิดขึ้น รวมทั้งรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆ ที่อาจมีขึ้นจากการแก้ไขปัญหาการรบกวนนั้น หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้รังับการใช้ความถี่วิทยุหรือเลือกใช้ความถีวิทยุช่องอื่นที่กำหนดเป็นช่องปฏิบัติงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการรบกวนต่อการใช้ความถี่วิทยุของผู้อื่น ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิใช้ความถี่วิทยุโดยเท่าเทียมกันและไม่ถือเป็นสิทธิเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดๆ
• ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุทุกแห่ง ต้องเฝ้าฟัง (Monitoring) ความถี่ 162.525 MHz ที่เป็นช่อิงเรียกขาน เพื่อการติดต่อประสานงานหรือสั่งการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งการเรียกขานของสถานีวิทยุคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
• หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสงค์ จะติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง ให้ใช้ความถี่ 162.125 MHz ของกรมการปกครอง
การจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคม
เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ความถี่จาก สำนักงาน กทช. แล้ว การจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมมาใช้งานนั้น เครื่องวิทยุคมนาคมที่จัดหาจะเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมในกิจการเคลื่อนที่ทางบก (Land Mobile Service) และเป็นแบบสังเคราะห์ความถี่ ประเภท ๒ โดยผู้ใช้ไม่สามารถตั้งความถี่วิทยุได้เองจากภายนอกเครื่องวิทยุคมนาคม (ป้อนหมายเลขความถี่ได้เอง) แต่สามารถตั้งความถี่วิทยุด้วยเครื่องตั้งความถี่วิทยุ (Programmer) หรือโดยวิธีอื่น (ใช้วิธีเลือกช่องตามที่กำหนดไว้แล้ว) และเป็นตราอักษร รุ่น/แบบ ที่ผ่านการทดสอบรับรองตัวอย่างเครื่องวิทยุคมนาคมจากกรมไปรษณีย์โทรเลขแล้วนอกจากดำเนินการตามกระบวนการจัดหา จัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กทช. อยู่อีก นั่นคือเครื่องวิทยุคมนาคมนั้น ต้องได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายด้วยเช่นกัน โดยเครื่องวิทยุคมนาคมนั้นต้องมีข้อกำหนดทางวิชาการสอดคล้องกับ ประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ เรื่อง เครื่องวิทยุคมนาคมในกิจการเคลื่อนที่ทางบก ย่านความถี่ VHF/UHF และเครื่องวิทยุคมนาคม ต้องได้รับการติดฉลาก (Label) โดย สำนักงาน กทช. (ความหมายของตัวเลขบนฉลากฯ)
ตัวอย่างฉลากแสดงหมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม

การดำเนินการหลังจากจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคม
เมื่อจัดหาเครื่องวิทยุคมนาคมมาใช้งานเรียบร้อยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งรายละเอียดของเครื่องวิทยุคมนาคม (แบบ บว. ๙ ) ซึ่งประกอบไปด้วย ตราอักษร รุ่นหรือแบบ หมายเลขเครื่อง (Serial Number) หมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม (ปท.) ความถี่ กำลังส่ง และรายชื่อผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้กองการสื่อสารกรมการปกครองทราบโดยเร็ว เพื่อให้กรมการปกครองใช้เป็นข้อมูลวางแผนการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมในภารกิจสั่งราชการ กำกับดูแล รายงานเหตุการณ์และบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น
การก่อสร้างเสาอากาศวิทยุคมนาคม
ความสูงของสายอากาศวิทยุคมนาคมรวมทั้งลักษณะทางเทคนิคของสถานีวิทยุคมนาคม ต้องเป็นไปตามที่รับอนุญาตจาก สำนักงาน กทช (คราวเดียวกับขออนุญาตใช้ความถี่)
854
844
836
คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้วันที่ 18 มีนาคม ของทุกปี เป็น "วันท้องถิ่นไทย"
ด้วยวันที่ 18 มีนาคม ร.ศ.124 (พ.ศ.2448) เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็น "สุขาภิบาลท่าฉลอม" อันเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและเป็นการวางรากฐานในการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญยิ่งอันนำไปสู่การวางรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดู "กำเนิดการปกครองในรูปแบบสุขาภิบาล" ในเว็บไซด์ของเทศบาลนครสมุทรสาคร
833
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย ตั้ง " จังหวัดบึงกาฬ " เป็นจังหวัดที่ ๗๗ ของประเทศไทย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ มีจำนวน ๘ อำเภอ คือ อำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล
นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)